|
โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม
17/11/08
กทพ. เดินหน้าประมูล โครงการทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม มูลค่ากว่า 2.4 พันล้านบาท เร่งร่าง TOR พร้อมกำหนดวันขายเอกสารประกวดราคา ตั้งเป้าได้ผู้รับเหมาต้นปีหน้า ใช้เวลาก่อสร้างนาน 600 วัน
พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู รองผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างดำเนินการประกวดราคาด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์งานจ้างก่อสร้าง โครงการก่อสร้างทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม กำหนดราคากลาง 2,473 ล้านบาท คาดว่าจะขายเอกสารประกวดราคาภายในเดือน ธ.ค.51 และจะได้บริษัทรับเหมาก่อสร้างภายในต้นปี 2552 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างรวม 600 วัน
ปัจจุบัน กทพ. อยู่ระหว่างการประกาศร่าง TOR ลงบนเว็บไซต์ เพื่อเปิดให้สาธารณชนเข้ามาวิจารณ์ร่าง TOR ดังกล่าว หลังจากนั้น จะนำข้อเสนอแนะต่างๆ ไปทบทวนปรับปรุงทีโออาร์ และประกาศเงื่อนไข TOR ที่ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วอีกครั้ง พร้อมกำหนดวันเวลาเปิดขายเอกสารประกวดราคา
ข้อกำหนดคุณสมบัติผู้เสนอราคา ประกอบด้วย
(1) ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลไทยรายเดียว หรือ หลายรายร่วมกันในลักษณะกลุ่มผู้ร่วมค้า
(2) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท
(3) ผู้เสนอราคา ต้องเคยมีผลงานก่อสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท ในเวลา 10 ปี
การกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องเป็นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นพิเศษ ที่มีมากกว่า 10 ราย สามารถเข้าร่วมประกวดราคาครั้งนี้ได้ ส่วนราคากลางที่กำหนดไว้นั้น ได้มีการปรับลดลงจากเดิม เพราะปัจจุบันราคาน้ำมัน และราคาวัสดุปรับราคาลดลงแล้ว โดยช่วงที่ราคาน้ำมันและราคาวัสดุแพง ราคากลางเคยกำหนดไว้ที่ประมาณ 3.1 พันล้านบาท หรือลดลงถึงร้อยละ 20 พ.ท.ทวีสิน กล่าว
พ.ท.ทวีสิน ยังกล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้องานโครงการดังกล่าวว่า มีเนื้องานหลัก 5 ข้อ ได้แก่
1) งานก่อสร้างทางเชื่อมต่อทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นทางแยกต่างระดับ และทางยกระดับสายหลัก อาคารและด่านเก็บค่าผ่านทางยกระดับ งานก่อสร้างถนนระดับดิน และระบบไฟฟ้าส่องสว่าง
2) งานติดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจร
3) งานปรับปรุงถนน หรือทางหลวง หรือทางสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ
4) งานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ทั้งที่เป็นการรื้อย้ายชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างและที่เป็นการรื้อย้ายถาวร และ
5) งานจัดจราจร การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในงานก่อสร้าง และความปลอดภัยในการก่อสร้าง
ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ
|